อย่างที่พูดไว้ในชื่อเรื่อง หนังสือการ์ตูนของข้าพะเจ้ามัน.....มัน..............
มันหายปายแย้วววววววววววววววววว
แล้วคุณก็คงรู้กันนะคะว่ามันการ์ตูนเรื่องอาราย(ถ้าไม่รู้ก็ดูจาก category ซะ)
จาเล่าความเป็นมาเป็นไปให้ฟังนะขอรับ
คือว่า เราและครอบครัวไปงานบวชของพี่ที่เป็นลูกน้าที่....................
จังหวัดสุพรรณบุรี หรือเรียกอีกอย่างว่า บรรหารบุรี เราไปช่วงเตรียมงานก่อนจะถึงงานบวช 2 วันพอเราปายถึงปุ๊บ ก็เริ่ม กิน กิน กินแล้วก็กิน
(เค้าจัดงานที่บ้านน่ะ งานบวชแถวนั้น แม้จะเป็นช่วงระหว่างเตรียมงาน
แต่ของกินจาเยอะมั่กๆ) พอกินเสร็จก็ปายหยิบเอาการ์ตูนบลีชเล่ม 10 ที่เตรียมมาอ่านออกมาจากกระเป๋า*
ที่เต็มไปด้วยการ์ตูนทั้ง 15 เล่ม(คือว่ายังไม่ได้ซื้อเล่ม 16 เยย)
แฟ้มเก็บรูปที่เราวาด กะฟิคที่เราแต่ง พร้อมด้วยอุปกรณ์เครื่องเขียนเสร็จสรรพ
ยาที่เตรียมไว้เผื่อฉุกเฉิน ละสุดท้ายก็กระดานหมากฮอสขนาดพกพา
พอหยิบมาปุ๊บก็เอามานอนอ่านที่แพ(บ้านของน้าติดแม่น้ำแล้วก็มีแพอ่ะ)
เฮ้อสบายใจเฉิบ ไม่เคยคิดที่จะไปช่วยเค้าเตรียมงานกันร๊อก
พออ่านจบก็ไปช่วยเค้าผูกผ้าซะหน่อย(อย่างงี้ผูกเป็นด้วยเรอะ)
พอผูกเสร็จก็มืดพอดี ก็เลยมากินข้าว ละก็เอาบลีชไปเก็บ
และหยิบกระดานหมากออกมาเล่นกะลูกพี่ลูกน้อง 2 ตา
เสร็จแล้วก็เข้านอน
พอวันรุ่งขึ้น เราตื่นเช้า(<<เหรอ)มา แล้วก็อาบน้ำแต่งตัว
เสร็จแล้วก็หยิบบลีชเล่มที่ 11 ออกมา ไปอ่านที่แพเหมือนเคย
วันนี้ไม่ต้องช่วยงานแล้ว เพราะเหลือแต่ที่เราทำไม่ได้
พออ่านได้ซัก ครึ่งเล่มป้าก็เรียกไปตัดผม เพราะผมยาวมาก
เราก็เดินเข้าไปหน้าบ้านแล้ววางบลีชไว้ที่โต๊ะรับแขก แล้วก็ปายตัดผม
แล้วพอกลับมา.........................................................................
มานก็หาย.........หายปายเลย ก็เลยไปถามลูกพี่ลูกน้องว่า
เห็นการ์ตูนของเราที่วางอยู่ตรงนี้มั้ย พี่เค้าก็บอกว่าเห็นเด็กเอาไปเล่นอยู่
ไม่รู้ว่าเป็นของเรา เลยไม่ได้สนใจอ่ะ เอาละสิ แล้วเด็กคนไหนล่ะที่เอาไปเล่นอ่ะ เด็กก็เยอะซะด้วย (พ่อแม่เค้ามาช่วยงาน เค้าก็มักจะตามมาด้วย
ที่บ้านนี้เลยเป็นที่สังสรรค์ ของทั้งเด็กและผู้ใหญ่)
เราก็ไปเดินหาตั้งแต่นั้นจนมืด ก็ไม่เจอ เลยไปบอกกะพี่ของเรา พี่ก็บอกว่า ปลงซะเถอะคนเยอะแบบนี้ หาไม่เจอหรอก
คิดซะว่าหายครั้งนี้ทำให้เราเก็บของได้ดีขึ้นละกัน แล้วพี่ก็ไปอาบน้ำ
ตอนนี้รู้สึกว่าน้ำตามันเริ่มไหลแล้วอะ(โถ้ พี่ชายที่รัก พูดซะน้ำตาไหลเลย)
เลยหลบไปร้องไห้เงียบๆ หลังบ้าน ร้องได้สักพัก น้าก็ดันปล่อยหมาออกมา
แล้วหมามันก็เดินมาหลังบ้าน(สงสัยมันได้กลิ่นเรามั้ง)
โอ้!!!!!!!!!!ทำไงละเนี่ย หมาดุซะด้วย หยุดร้องไห้เรื่องการ์ตูนเลย มาใจสั่นเรื่องหมาแทน จาออกไปตอนนี้ ตาก็ยังแดงอยู่ เดี๋ยวเค้าจารู้ว่าร้องไห้
เลยนั่งอยู่ตงงั้นแหละ พอหมามันมาใกล้เรา มันก็เห่า ตอนนี้กลัวตัวแข็งทื่อเลย ร้องไห้ไม่ออกแล้ว เลยร้องเรียกน้า แต่ไม่มีวี่แววแฮะ เค้าหายไปไหนกันหมดหว่า ถ้าอยู่หน้าบ้าน เรียกจากหลังบ้านก็น่าจะได้ยิน
แต่ไม่มีใครมาเยยอ้า เลยนั่งตัวแข็งอยู่ ไม่กล้าหายใจเลย
แล้วเหมือนพระเจ้าช่วยหมามันเดินผ่านไปเจ้าค่า โอ้ว!!!!!!!!!!!!! จอร์จ สวรรค์ทรงโปรดจริงๆ
แล้วพี่ก็เดินออกมา(แต่คิดว่าไม่ใช่เพราะเสียงร้องเราหรอก) แล้วพี่ก็ถามว่า มานั่งอารายตงงี้เนี่ย เราก็หันหน้าไปบอกว่า น้ำตาลมันเดินมา(หมาชื่อน้ำตาล) พี่ก็หัวเราะ(ช่างเป็นพี่ชายที่แสนดีจริงๆ) แล้วก็บอกว่า
ปีนเข้ามาทางหน้าต่างนี่ ถ้ามันมาก็จ้องหน้ามัน ถ้าเข้าทางหน้าบ้านมันกัดแน่
เราก็ทำตาม พอปีนเข้าไป พี่ก็เห็นว่าร้องไห้
เลยถามว่าร้องไห้ทำไม เราส่ายหน้า ไม่ตอบ แล้วน้ำตาก็ไหลมาอีกครั้ง
แต่พี่คงรู้มั้ง เลยไม่ถามซ้ำ แล้วเราก็วิ่งเข้าไปในห้องน้ำ
(เพราะคิดว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว น้ำตาลคงไม่มากวน)
ไปร้องไห้เรื่องการ์ตูนต่อ พอร้องไห้พอแล้ว ก็ขึ้นปายนอน
หลังจากนั้น เราก็อยู่เที่ยวที่สุพรรณอีก 6 วัน
รวมตั้งแต่มาเป็น 8 วัน และเราก็ยังหาบลีชเล่ม 11 ต่อไป
แต่ความหวังก็ริบหรี่ เมื่อใกล้จะถึงวันกลับ เราก็เลยปลงอย่างที่พี่ชายแนะนำ พอถึงวันกลับ เราก็กลับบ้านด้วยความผิดหวัง
เฮ้อ!!!! แย่จริงๆเลย คราวนี้ก็ได้บทเรียนมาอีกบท โดยแลกกะหนังสือการ์ตูน
*กระเป๋านี้เป็นเป้ ใหญ่เกือบเท่ากระเป๋าเสื้อผ้า
แต่ไม่มีเสื้อผ้าซักกะตัว มีแต่ของส่วนตัว
(ที่มันเกินความจำเป็นในการเดินทาง ยกเว้นยา)ทั้งนั้น
ส่วนกระเป๋าเสื้อผ้านั้นมีอีกกระเป๋านึง
พี่ชายเราก็ถามว่า ไอ้กระเป๋าเป้เนี่ยมันมีอะไร ทำไมต้องเอาไปด้วย
เราก็ตอบว่า เอาไปให้เต็มรถเล่นๆ มั้ง
แฮ่ๆๆๆๆๆๆ เห็นมั้ยคะว่าเราเป็นน้องที่น่ารักแค่ไหน กั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
edit @ 2006/05/09 14:15:23
edit @ 2006/05/09 14:16:35